รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น Yu Yu Hakusho บู๊แอคชั่นสุดเดือดสะเทือนไปถึงสามโลก
ช่วงนี้กระแสซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่อง Yu Yu Hakusho หรือ “คนเก่งฟ้าประทาน” กำลังมาแรง ซีรีส์ที่สร้างมาจากมังงะชื่อดังในชื่อเรื่องเดียวกัน ผลงานของ “อาจารย์โทงาชิ โยชิฮิโระ” เพราะเป็นมังงะในระดับตำนานในยุค 90 พอได้นำมาดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นคนแสดง ต่างก็ถูกเป็นที่จับตามองว่าจะออกมาเป็นอย่างไร จากที่ดูรวดเดียวจบ 5 ตอน วันนี้เลยขอมาเล่าถึงความน่าสนใจของเรื่องนี้ค่ะ

เรื่องราวของ Yu Yu Hakusho

เรื่องราวเริ่มต้นจาก “ยูสุเกะ อุราเมะชิ” (รับบทโดย ทาคุมิ คิตะมูระ) เด็กหนุ่มเกเรคนหนึ่ง แม้เขาจะชอบต่อยตีกับคนไปทั่ว แต่ลึกๆ ก็เป็นคนที่ยคดมั่นในความถูกต้อง และแล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เขาได้เข้าไปช่วยชีวิตเด็กจนทำให้เขาถูกรถชนจนเสียชีวิต และเขาก็ได้พบกับ “โคเอ็นม่า” (รับบทโดย เคย์ตะ มาจิดะ) ลูกของผู้ปกครองยมโลก และได้ยื่นข้อเสนอว่า เขาจะชุบชีวิตคืนให้ แต่มีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นนักสืบวิญญาณเพื่อปราบปีศาจร้ายบนโลกมนุษย์
ความน่าสนใจของ Yu Yu Hakusho เวอร์ชั่นคนแสดง
1. ฉากบู๊แอคชั่นแบบดุเดือด

สำหรับเรื่องนี้ต้องขอยกฉากบู๊แอคชั่นให้ไปเลยค่ะ ค่อนข้างทำออกมาได้ดีแบบสุดๆ และดูเป็นจุดเด่นหลักของซีรีส์เรื่องนี้ ตอนที่ดูรู้สึกว่าแต่ละฉากนี่อลังการสุดจริงๆ ภาพสวย โมเม้นท์การเคลื่อนไหวมันลงตัว เห็นภาพของต่อสู้แบบดุดเดือดระหว่าง 3 โลก ระหว่างโลกมนุษย์ โลกปีศาจ และโลกวิญญาณได้อย่างดุเดือด ลุ้นเลยว่า ศึกนี้ใครจะชนะ พอไปดูรายชื่อผู้อยู่เบื้องหลังการแสดง ก็รู้สึกได้ว่าไม่แปลกใจ ทำไมถึงออกมาได้น่าประทับใจขนาดนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ก็ได้ผู้กำกับชื่อดังอย่าง “โช สึคิคาวะ” ที่เคยฝากผลงานไว้กับเรื่อง Let Me Eat Your Pancreas (2017) และ The 100th Love With You (2017) ฉากบู๊แอคชั่นที่รังสรรค์โดย “ทาคาฮิโตะ โออุจิ” ผู้กำกับฉากแอ็คชั่นจากภาพยนตร์และซีรีส์เรื่อง High&Low และจากเรื่อง Rurouni Kenshin “อากิระ โมริอิ” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเรื่อง Alice in Borderland (2020) มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ Yu Yu Kakusho เรียกได้ว่าฉากบู๊แอคชั่นในเรื่องไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ
2. เนื้อเรื่องกระชับ กลมกล่อม แต่ดูเร่งรีบไปหน่อย
สำหรับ Yyu Yu Hakusho ภาคคนแสดง ได้รวบรัดออกมาเหลือแค่ซีรีส์ 5 ตอน ซึ่งเราในฐานะคนดูที่ไม่เคยอ่านมังงะ หรือดูแอนิเมะ ก็รู้สึกว่า เรื่องมันเดินค่อนข้างกระชับฉับไวดี เลยทำให้ไม่น่าเบื่อ เข้าใจได้ทันทีว่า ทำไมตัวละครเอกถึงต้องมาช่วยกอบกู้โลก มีปมอะไรบ้าง เข้าเรื่องเข้าราวได้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความที่ตัดทอนไปค่อนข้างเยอะ เลยทำให้ยังไม่ค่อยอินกับแรงขับเคลื่อนที่จะปกป้องโลกของตัวละครเอกสักเท่าไหร่ กับความผูกพันระหว่างตัวละครมันค่อนข้างน้อย และด้วยความที่เนื้อเรื่องเน้นหนักไปที่พาร์ทบู๊แอคชั่นไปเยอะ (คิดว่าประมาณ 70%-80% ได้เลยค่ะ) ทำให้พาร์ทในแกนการสืบสวนเรื่องราวต่างๆ มันค่อนข้างบาง
3. แง่คิดความหมายของชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างทาง
นอกจากความบู๊แอคชั่นสุดมันแล้ว คิดว่าสิ่งหนึ่งที่ซีรีส์เรื่อง Yu Yu Hakusho ได้สอดแทรกไปในเรื่องแบบคอนเซปต์ซีรีส์ญี่ปุ่นก็คือ แง่คิดในเรื่องการใช้ชีวิตค่ะ ท่ามกลางการต่อสู้แบบดุเดือด เราก็ได้เห็นแนวคิดที่น่าสนใจที่ถ่ายทอดออกมาผ่านคำพูดของตัวละคร เช่น ใน EP แรกที่ยูสุเกะโดนรถชนจนเสียชีวิต พอได้ไปเจอกับยมทูต ได้รับข้อเสนอว่าจะทำให้เขาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เขากลับไม่ได้อยากฟื้นคืนชีพ เพราะรู้สึกว่า คงไม่มีใครอยากให้เขากลับไป แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อกลับไปงานศพตัวเอง กลับพบว่ามีคนมากมายเสียใจอย่างมากกับการจากไปของเขา แม้แต่ “คุวาบาร่า” คู่อริไม้เบื่อไม้เมาก็ยังเสียน้ำตาให้กับการจากไปของเขา สะท้อนให้เห็นว่า ในชีวิตของคนเรา เราย่อมเป็นคนสำคัญของใครเสมอ และในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก็ควรดูแล ใส่ใจ และปกป้องคนรอบข้างให้ดีที่สุด

“วิธีที่ดีที่สุดที่จะได้รู้ว่าคนอื่นคิดกับเรายังไงตอนมีชีวิต
ก็คืองานศพของตัวเอง”
หรือฉากการสอนของ “เค็นไก” ก็ได้สอดแทรกแง่คิดมุมความแข็งแกร่ง ที่บางทีอาจไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางร่างกาย แต่มันคือการผสมผสานระหว่างกายและใจ รวมไปถึงการรู้จักใช้ความแข็งแกร่งในทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อการทำลาย หรือสละบางอย่างไป เพื่อการก้าวขึ้นสู่ที่หนึ่ง เพราะการใช้ชีวิตแบบนี้สักวันหนึ่งเราจะพังทลายลง แต่เราควรแข็งแกร่งเพื่อปกป้องคนรอบข้าง แม้อาจไม่ถึงจุดสูงสุด แต่ก็ยังมีคนรอบกาย และเป็นหนทางที่เราจะแข็งแรงได้มากขึ้นกว่าเดิม

“การยอมสละบางอย่างเพื่อให้ได้พลังมา มันไม่ใช่ความแข็งแกร่ง
มันคือความอ่อนแอในหัวใจ”
ความคิดเห็นส่วนตัว


ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้อ่านมังงะหรือดูแอนิเมะเรื่องนี้ พอได้มาดูก็สัมผัสได้ทันทีเลยว่า ฉากบู๊ ต่อสู้ สุดดุเดือดจริงๆ โดยเฉพาะฉากประชันกันระหว่าง “คุราม่า” (รับบทโดย จุน ชิชง) กับ “คาราสุ” (รับบทโดย ฮิโรยะ ชิมิซุ) เป็นฉากต่อสู้ที่ออกมาสวย แต่ก็ฆ่ากันได้แบบเลือดเย็นมาก พอได้เห็นฉากต่อสู้ที่อลังการแบบนี้ก็เลยค่อนข้างประทับใจค่ะ เหมือนได้ดูหนังบู๊แอคชั่นที่คุ้มกับการดู แต่ในแกนพล็อตเรื่องรู้สึกว่ายังไม่เข้มข้นมากนัก อาจเป็นเพราะการกระชับเรื่องราวให้อยู่ภายใน 5 ตอน มันเลยทำให้มิติของตัวละคร การปูเรื่องราวเพื่อบิ้วท์ความรู้สึกคนดูมันเลยยังไม่ค่อยสุดเท่าไหร่ แต่แม้จะไม่เคยอ่านมังงะมาก่อน ก็ยังพอดูรู้เรื่อง และปะติดปะต่อเรื่องราวได้
สำหรับภาพรวมแล้วคิดว่า เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นอีกเรื่องที่น่าติดตามชมค่ะ ใครที่สนใจเรื่อง Yu Yu Hakusho เวอร์ชั่นแสดง ตอนนี้สามารถรับชมได้แล้วทาง Netflix มีทั้งหมด 5 ตอนด้วยกันค่ะ เป็นอีกเวอร์ชั่นที่มีเสน่ห์ในรูปแบบคนแสดง ส่วนจะสนุกสักแค่ไหน ทุกคนต้องลองเข้าไปพิสูจน์กันด้วยตัวเองค่ะ
สามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับละครญี่ปุ่น และพูดคุยกับ ChaMaNow ได้ทาง FB: Sakura Dramas
เรื่องแนะนำ :
– 3 ซีรีส์ญี่ปุ่น แนวคนโสด โสดยังไงให้สุข ที่หาดูได้ที่ Netflix
– รวมซีรีส์ญี่ปุ่นและหนังญี่ปุ่น เปลี่ยนชีวิตวุ่นวายให้ช้าลง เหมือนได้ชาร์จพลัง
– รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น Trillion Game เกมเชือดเฉือนธุรกิจ คว้าเงินล้านล้าน!
– รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น ปั้นธุรกิจ พิชิตฝัน ซีรีส์แนวธุรกิจ ปลุกไฟคนรักงาน
– แนะนำซีรีส์แนวต้มตุ๋น สนุก หักมุม รู้ทันแก๊งลวงโลก
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:
– https://www.dexerto.com/anime/
– https://www.oneesports.gg/anime/
– https://www.polygon.com/24000030/
– https://www.tvlaint.com/2023/
– https://anmtv.com.br/
– https://www.digitalspy.com/tv/a46136372/
#รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น Yu Yu Hakusho บู๊แอคชั่นสุดเดือดสะเทือนไปถึงสามโลก